Kasagi เป็นเมือง Slow Life

สวัสดีเพื่อนๆที่เฝ้ารอฤดูกาล

ลุงหมอจะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับเมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำ ที่สุดแสนจะ Slow life ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของ Kyoto เมืองนี้ชือว่า Kasagi

Kasagi

ความจริงที่ลุงหมอดั้นด้นเดินทางมาที่ Kasagi ก็เพื่อที่จะมาตามหาคาเฟ่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเหมือนบรรยากาศของเมืองนี้ว่า –> Slow life cafe

โค โระ สึ เกะ น้องหมาประจำ Slow life cafe

แต่ว่ามาถึงเมืองน่ารักๆแห่งนี้ทั้งทีในวันที่ซากุระสวยงามเต็มที่ ลุงหมอก็จะมาเล่าบรรยากาศในการเที่ยวชมซากุระที่ Kasagi ให้เพื่อนๆได้ชมกัน เพื่อใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากความแออัดในเกียวโต ด้วยการนั่งรถไฟออกมานอกเมือง

เมื่อรถไฟขบวนน้อย พาเรามาส่งที่สถานี Kasagi ในช่วงที่ซากุระบานเต็มที่ บริเวณนี้จะสวยงามเป็นพิเศษ
ภาพนี้ถ่ายลงมาจากสะพานลอยก่อนที่จะออกจากสถานีรถไฟ

นอกจากเป็นเมืองเงียบๆแล้ว ซากุระใน Kasagi ก็ยังสวยมากอีกด้วย เป็นที่ที่เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยมากๆ จะว่าไปแม้แต่ชาวญี่ปุ่นทั่วไปก็คงไม่ตั้งใจมาที่นี่ ยกเว้นที่จะมาเดินเขา ออกกำลังกายพายเรือในแม่น้ำ หรือ camping

ซากุระต้นงามกับป้ายศาลเจ้าเล็กๆที่ตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟ Kasagi stagion ใต้ต้นซากุระมีแผนที่บอกสถานที่ท่องเที่ยวเส้นทางต่างๆของเมือง ความจริงตรงหน้าสถานีรถไฟจะมีการจัดตลาดนัดในวันที่ซากุระบานเต็มที แต่ปีนี้เขาคาดวันกำหนดการผิด เพราะซากุระเกิดอาการใส่เบรก เนื่องจากเจออากาศเย็นลงกระทันหัน ทำให้พยากรณ์คาดเคลื่อนช้ากว่ากำหนดไปเป็นสัปดาห์

รูปปั้นใต้ต้นซากุระ เหมือนเขาจะบอกว่า อะไรที่หนัก อย่าแบกมาเมืองนี้ … อันนี้ลุงหมอเดาเอง 555

เดือนออกจาะสถานีรถไฟมา ก็จะมีต้นซากุระอยู่ ….เดินตามพ่อหนุ่มไปเรื่อยๆ ไม่เคยนึกว่าชีวิตต้องมาคอยเดิมตามผู้ชาย…เพื่อไปหาดอกไม้

สะพานข้ามคลอง ซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำ Kizugawa อันเป็นแม่น้ำสายหลัก จะหานักท่องเที่ยวก็มีเท่าที่เห็นนี่แหละ

ซากุระตรงเชิงสะพานข้ามคลอง บานเป็นสีขาวอมชมพูทั้งต้น เป็นแล้วนึกดอกบ้านเลย โปะทุกเดือน มีแต่ดอก มองไม่เห็นต้น 5555

มองลงไปที่คลอง เห็นเด็กๆกำลังเล่นสนุกกลมกลืนไปกับธรรมชาติ แต่ว่าเสียงสดใสลั่นแม่น้ำ

dataki river ที่ไหลลงสู่แม่น้ำ Kizugawa อีกทอด

จากสะพานข้ามคลองเมื่อเลี้ยวซ้าย จะมองเห็นทางรอดใต้รางรถไฟก็เดินตามทางไป

จนมองเห็นแม่น้ำ Kizugawa กับสะพานเหล็กสีชมพู พื้นที่ทางขวามือของสะพานจะมีทางเดินไป ตรงนี้ไม่ใช่บริเวณตั้งแคมป์กางเต้นท์ เราลงไปเดินเล่นได้อย่างสบายใจ

ถ้าเดินลงมาทางขวามือ จะมีทางเดินเลียบแม่น้ำ ไป ตรงนี้เงียบสงบแยกออกมาจากอีกด้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งแคมป์

เดินเล่นตามทางไปได้ ตามทางเดินริมแม่น้ำมีซากุระต้นน้อยบานต้อนรับอยู่

เดินไปเรื่อยๆ น่าจะเป็นทางที่เดินเขาเที่ยวป่าได้ แต่ลุงหมอไม่ได้เดินเข้าไปลึก

มองย้อนกลับไป เห็นท้องฟ้าแจ่มใส เบื้องล่างเป็น สะพาน Kizugawa bridge
เดินกลับไปฝั่งโน้นดูบ้าง

อีกฝั่งคลอง แต่อยู่ฝั่งแม่น้ำเดียกัน ตรงด้านหลังสถานีรถไฟ จะเป็นพื้นที่ตั้ง camp ซึ่งต้องเสียค่าเข้า

ถ้าเราเดินข้ามสะพาน Kasagi แล้วมองย้อนกลับไป ก็จะเห็นรางรถไฟ-ข้ามคลอง dataki ที่กำลังไหลลงแม่น้ำ กับพื้นที่ตั้ง camp ทางขวามือ

มีเรือพายคายัค แม่น้ำไหลนิ่งที่เดียว บรรยากาศ slow life ผ่อนคลายมากๆ
มองไปฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ เห็นซากุระสามต้น คือ ต้นซากุระของ โค โระ สึ เกะ เขาละ

ทางเดินลงไปที่ Kasagi Camping Ground จะอยู่ตั้งแต่ก่อนสะพานข้ามคลองต้องเดินลงไปทางซ้ายมือก่อนข้ามสะพาน ตรงนี้ลุงหมอไม่แน่ใจว่าปกติเขาเก็บเงินค่าเข้าหรือเปล่า ถ้าไม่อยากจ่ายเงิน ก็ไปเดินเล่นอีกด้านดีกว่า ลุงหมออยากพามาดูบรรยากาศ


Kasagi Camping Ground ตั้งอยู่ด้านล่างของสถานีรถไฟ Kasagi นั่นเอง

แต่ว่าลุงหมอก็เดินเรื่อยเข้ามา เพราะว่าช่วงนี้ยังไม่ค่อยมีคนมากางเตนท์มากนัก

กิจกรรม คล้ายๆตีกอลฟลงหลุม
เริ่มมีคนทอยมากางเตนท์ เพื่อพักผ่อนข้ามคืน และ camping

ในช่วงวันสุดสัปดาห์โดยเฉพาะเมื่อซากุระฟูลบลูม บริเวณแคมป์กางเตนท์ก็จะแน่นขนัดไปด้วยครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่ชอบการพักผ่อน.ในแบบ out door

แอบเข้าไปดูความพร้อมที่แคมป์ น้องท่าทางจริงจัง
มองเห็นสถานีรถไฟ Kasagi อยู่หลังต้นซากุระด้านบน
ข้ามสะพาน Kasagi มา จะมีทางเดินขึ้นเนินเขาไป ตรงนี้ถ่ายรูปมุมสูงย้อนกลับไปจะเห็นสะพานข้ามแม่น้ำ กับ พื้นที่ camping อยู่ฝั่งตรงข้ามไกล ร้าน Slow life cafe ก็อยู่ข้างล่างตรงเชิงสะพานที่มีต้นซากุระ
ถ่ายจากมุมสูงเช่นกัน
รถไฟมาแล้ว ถ้าจำไม่ผิดจะแล่นผ่านชั่วโมงละขบวน เพื่อนๆก็วางแผนจัดเวลาให้ดี
ถ้ารถไฟของเราแล่นผ่านไปแล้ว เราก็ทำได้แค่นั่งรอขบวนถัดไป

การเดินทาง

นั่งรถไฟ JR จาก เกียวโตลงมาทางใต้ เกือบๆจะถึง Nara โดยต้องต่อรถที่สถานี Kizu เพื่อไปยังสถานี Kamo station

และจากสถานี Kamo ก็จะมีรถไฟสาย Kansai line ขบวนสีม่วง ซึ่งจะมีเพียงหนึ่งถึงสองโบกี้ แล่นออกจาก Kamo ไปอีกหนึ่งสถานีก็จะถึง Kasagi station แต่ว่าตอนลงรถไฟจะต้องจ่ายค่าโดยสายกับคนขับรถ เนื่องจากสถานีเล็กๆจะไม่มีที่แตะบัตร ถ้าใครใช้บัตรแตะ icoca หรือ suica มาตั้งแต่ต้นทาง ก็แจ้งกับคนขับตอนจ่ายเงินว่าเรานั่งมาจากสถานีไหนตั้งแต่ต้น

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.