นิยายรัก นักจับแมว

ตอนที่ 1 ลูกแมวตัวสุดท้าย

ย้อนไปเมื่อสองปีกว่า ฉันพาลูกแมวตัวสุดท้าย(ในตอนนั้น) เข้าบ้านได้สำเร็จ ท่ามกลางความดีใจของเหล่ามิตรสหายที่ผันตัวจากการติดตามเรื่องการท่องเที่ยว มาตามติดชีวิตฉันกับแมวอีกหนึ่งโขยง

ตูโบ้ เป็นลูกแมวตัวสุดท้ายในบรรดาสี่พี่น้องที่ได้เข้ามาอยู่ในบ้าน พี่น้องของเขาทั้งสามได้ยอมให้ฉันอุ้มเข้ามาโดยง่ายก่อนหน้าอยู่หลายวัน … ไม่มีใครอธิบายเหตุผลได้ ในลูกแมวหนึ่งครอก จะมีตัวที่เชื่องเข้าหาคน มีตัวที่ติดแม่ และตัวที่ไม่ยอมไว้ใจใครและวิ่งหนีตลอดเวลาเสมอ

ตูโบ้เป็นแมวตัวนั้น !

ทุกๆเช้า ลูกแมวสี่ตัวนั้นจะออกมาวิ่งเล่น ไล่จับนกที่ตรอกเล็กๆตรงข้ามกับวัด
ตาหลวง(หลวงตา) พอเดินกลับจากบิณฑบาต ก็จะชำเรืองมองพวกมันทุกวัน

ตอนฉันพาตูโบ้เข้าบ้านเรียบร้อย จึงมีหลายคนแนะนำให้ฉันแวะไปบอกตาหลวงเสียหน่อยว่า ฉันพาลูกแมวมาอยู่บ้านแล้ว เดี๋ยวท่านมองหาไม่เจอแล้วจะเป็นห่วง ….ฉันเลยแวะไปดักรอตาหลวงแต่เช้า

ฉันพกกระป๋องข้าวที่เคยให้พวกแกเป็นประจำติดไปด้วย เพราะในตรอกนั้นอาจจะยังมีแมวจรหลงเหลืออยู่

แมวเป็นสัตว์ที่หูไวมาก ตอนที่ฉันเอาข้าวไปให้พวกแก แค่ฉันจอดรถ เดินลงมาเขย่ากระปุกข้าวแกรกเดียว ไม่ว่าจะวิ่งเล่นอยู่ไกลแค่ไหน พวกแกก็จะรีบวิ่งกรูกันเข้ามา

สักพัก ฉันเห็นตาหลวงเดินมาใกล้ๆ ฉันรีบทำตามที่เคยสอนพวกแกไว้

ฉันพูดว่า “นิมนต์พระคุณเจ้า” เบาๆพอให้ท่านได้ยิน ตาหลวงทำท่าแปลกใจเล็กน้อย เพราะฉันไม่เคยใส่บาตรท่าน แต่ท่านก็หันเดินแวะเข้ามาใกล้ หูท่านก็ไวพอๆกับพวกแก

ตาหลวงหยุดอยู่ตรงหน้า ฉันย่อคุกเข่าลงแหงนหน้ายังไม่ทันจะอ้าปาก …ฉันคิดว่าตาหลวงกำลังเปิดฝาบาตร ตอนนั้นฉันทำมือทำไม้ไม่ถูก ฉันเลยยกกระปุกแมวข้าวทูนไว้เหนือหน้าผาก แล้วบอกกับตาหลวงว่า

“ลูกแมวสี่ตัวนั้น กระผมไปเลี้ยงที่บ้านแล้ว ตอนนี้ลูกแมวทุกตัวสบายดีขอรับ ตัวที่มีไข่ ก็ได้จัดการตัดให้เรียบร้อยแล้ว”

ตาหลวงค่อยๆเอามือปิดฝาบาตรอย่างสำรวมแล้ว เหมือนท่านพูดกับตัวเองเบาๆว่า “สาธุ” ค่อยๆเดินแล้วเร่งสปีดจากไป

ขณะที่ฉันกำลังจะเล่าเรื่องนี้ ฉันมีลูกแมวครบสามสิบตัวพอดี แต่วันนี้ลูกแมวชื่อหนมจีน แอดมิทอยู่ที่โรงพยาบาล

ถ้านับเฉพาะสมาชิกที่อยู่ในบ้าน หนมจีนคือลูกแมวตัวสุดท้าย……….

ของปีนี้!

๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕

Cat Mojo อาหารเกรนฟรี ดีกับสุขภาพแมว

ตอนที่ 2 กำเนิดหลานในไส้

ฉันนั่งมองหนมจีนผ่านห้องกระจกสำหรับแยกแมวป่วยติดเชื้อ เขาอยู่ในตู้ครอบมิดชิดอีกชั้นหนึ่ง ก่อนหน้านี้ฉันไม่คิดเลยว่าชีวิตจะได้วนเวียนอยู่โรงพยาบาลสัตว์ในเวลาต่อมา

ครั้งแรกที่ฉันได้ย่างกรายเข้าไปในโรงพยาบาลสัตว์ คือวันที่พาโอต้าวไปส่งตรวจร่างกายเตรียมทำหมัน

โอต้าวเป็นแมวอยู่ที่ร้านอาหารบนเขา ซึ่งปิดกิจการไปในช่วงการระบาดหนักของโคโรน่าไวรัส..

ใครจะไปคิดว่าครั้งหนึ่งเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต จะไม่มีเครื่องบินลงสักลำเดียวเป็นเวลาหลายเดือน

ครั้งแรกที่เห็นโอต้าว แววตาของเขาที่มองมาช่างสิ้นหวังเหลือเกิน พอรู้ว่าฉันมีอาหารมาด้วย (ฉันพกอาหารแมวติดรถไว้ ตอนไปให้แมวสี่ตัว ที่ซอยรมณีย์)เขาวิ่งมาหาด้วยความหิว

พอฉันเทอาหารเม็ดให้ เขาวิ่งไปกินได้คำหนึ่ง ก็วิ่งมาหาฉัน แล้วค่อยวิ่งไปกินใหม่ วิ่งไปวิ่งมาอยู่อย่างนั้นหลายรอบ เหมือนกับจะบอกว่าดีใจเหลือเกินที่เจอฉัน เขาคงอดมาหลายมื้อ … เอาละ ฉันจะแวะมาหาอีก

และโอต้าวก็มารอฉันที่เดิมทุกวัน ตั้งแต่นั้น ฉันต้องขับรถขึ้นเขาเอาข้าวไปส่งให้เขาเกือบทุกวัน เป็นอยู่อย่างนั้นนับเดือน ก่อนที่ใครบางคนจะทักว่า ให้รีบพาโอต้าวไปทำหมันเสีย ก่อนที่ฉันจะต้องย้ายบ้านขึ้นไปเลี้ยงหลานบนเขา!

นั่นคือเหตุผลที่ฉันได้มาอยู่กับโอต้าวที่โรงพยาบาล ตอนที่พาเขานั่งรถมาโรงพยาบาล ท่าทางเขาไม่ตื่นกลัวเลย เขาคงเป็นแมวที่มีคนเลี้ยงมาก่อน

ความรู้สึกแรกที่ได้เข้ามาในโรงพยาบาลคือ คุณหมองานยุ่งจัง ตอนตรวจร่างกายคลำที่ท้องของโอต้าว คุณหมอคิ้วขมวดเป็นเครื่องหมายคำถาม แล้วบอกให้ฉันไปรอหน้าห้องสักพัก

…ระหว่างที่นั่งรออยู่หน้าห้อง ราวกับฉากในหนังไทย เสียงเรียก “คุณพ่อน้องโอต้าวเชิญห้องตรวจค่ะ”

ฉันเงยหน้ามองจอเครื่องอัลตราซาวด์ตามที่คุณหมอชี้ พร้อมประโยคที่ทำให้ฉันหูอื้อไปชั่วขณะ

“ดีใจด้วยครับ คุณพ่อได้หลาน(ๆ) แล้ว..”

“นังเต้าส้อ!” ถ้านั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปได้ ฉันคงตะโกนออกมาแบบนั้น

แต่ฉันกลับถามด้วยหน้าถอดสีว่า “หลานผู้หญิงหรือผู้ชายครับ”

คุณหมอส่ายหน้าแล้วเดินออกจากห้องไป …คล้ายกับตอนที่ตาหลวงค่อยๆเดินจากไป ตอนที่ท่านเปิดฝาบาตรแล้วเห็นฉันทยกกระปุกข้าวแมวขึ้นมาทำท่าจะใส่บาตร

Love Cat ต้อง Atlas

ตอนที่ 3 กลับบ้านกันเถอะ

วันที่สองของการนอนโรงพยาบาล ฉันนั่งมองหนมจีนอยู่หน้าห้องติดเชื้อที่มีกระจกกั้นและตู้แยกอีกชั้น

ก้อนเล็กๆที่นอนขดอยู่ในตู้ ไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิต แต่คือเด็กคนหนึ่งที่มีจิตใจ ถ้าพูดได้มันคงจะบอกฉันว่า หนูอยากกลับบ้าน …หนมจีนคงคิดถึงบ้าน อยากกลับไปอยู่ในที่ที่คุ้นเคย ในแววตาเขาบอกแบบนั้น

โอ้เอ๋วแอดมิทรักษาแผลทำหมันหน้าท้องแยก

ครั้งหนึ่งฉันเคยเฝ้ารอและเห็นแววตาแบบนี้ ตอนน้องโอ้เอ๋วแผลทำหมันที่หน้าท้องแยก ต้องแอดมิทอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ฉันกลัวมากว่าตอนกลับเข้าบ้านมาเขากับพี่ๆน้องๆจะจำกันไม่ได้ เหมือนตอนที่พาตูโบ้เข้าบ้านมาคืนแรก พี่หมูฮ้อง หมี่หุ้น และโอ้เอ๋วต่างหนีลงมานอนที่ชั้นสอง จากที่เคยนอนกันอยู่ชั้นสาม เพราะตูโบ้ไม่เอาใครเลย!

โอ้เอ๋วกับแม่ของเขา

ฉันเจอน้องโอ้เอ๋วครั้งแรกที่ร้านขายของฝาก เขาดูเป็นลูกแมวร่าเริงทั่วไปที่ติดแม่ หลายสัปดาห์ต่อมาฉันมาเดินที่ซอยรมณีย์ตอนค่ำเห็นลูกแมวผอมๆรวมทั้งน้องโอ้เอ๋วออกมานั่งกันอยู่ตามถนน ริมทางเท้า ฉันนึกว่าพวกมันแค่ออกมาเล่นนอกบ้านกันเฉยๆ

แต่วันถัดมาฉันได้กลับไปที่ซอยนั้นตอนกลางวัน จึงรู้ว่า ร้านขายของนั้นปิดไปแล้วและไม่มีใครอยู่ในบ้านนั้น มีแต่ข้าวของบางส่วนถูกทิ้งไว้พร้อมกับลูกแมวสี่ตัว ที่แท้ลูกแมวพวกนั้นที่ฉันเห็นตอนค่ำ พวกมันออกมารอคนให้อาหาร

ตั้งแต่วันนั้น ฉันจึงกลายเป็นคนที่พกอาหารแมวติดรถไว้ตลอดเวลา ทุกเช้า ช่วงค่ำๆหลังเลิกงานฉันจะต้องแวะมาหา …..โดยไม่เคยมีความคิดในหัวว่าจะต้องพาลูกแมวพวกนี้เข้าบ้าน

วันธรรมดาพวกมันจะออกมารอกันตรงเวลา หรือไม่บางวันพวกมันไปวิ่งเล่นห่างบ้านออกไปก็จะรีบวิ่งกลับมาถ้าได้ยินเสียงเขย่ากระปุกอาหาร แต่ถ้าเป็นวันอาทิตย์ที่มีจัดงานถนนคนเดินในซอยนั้น พวกมันก็จะหลบอยู่ในบ้านไม่ออกมาเล่นข้างนอก

ระยะเวลาผ่านไป ความผูกพันค่อยๆเกิดขึ้น ฉันเริ่มตระหนักว่า ที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิต แต่พวกมันคือเด็กๆที่มีจิตใจ ฝกตก แดดออก ท้องหิว พวกมันคงต้องการมีบ้าน มีคนดูแล มีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็น…ยกเว้นตูโบ้!

ตอนที่ 4 มีครั้งแรก ก็ต้องมีครั้งต่อๆไป

คำพูดที่ว่าเมื่อมีครั้งแรก ครั้งที่สอง ที่สามก็จะตามมา…”

ฉันพูดกับตูโบ้หลังเขาย้ายเข้ามาอยู่บ้านพร้อมหน้ากับพี่ๆน้องๆของเขาได้สักพัก

“ตูโบ้ ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับแกหน่อย แกจำที่ฉันบอกได้ไหม ตอนแกเข้าบ้านมาใหม่ๆ ฉันบอกว่าให้แกทำตัวตามสบาย แกคือลูกแมวตัวสุดท้าย และที่นี่จะเป็นบ้านหลังสุดท้ายของแกเช่นกัน…ที่ฉันพูดวันนั้น เป็นความจริงแค่ครึ่งเดียว….จะมีแม่แมวท้องแกมาอยู่กับพวกแกเพิ่มอีกคน”

นั่นคือครั้งแรกที่ฉันโกหกตูโบ้!

ก่อนหน้าที่จะพาสี่พี่น้องจากซอยรมณีย์เข้ามา ฉันรู้อยู่แล้วว่าต้องเตรียมพื้นที่ให้โอต้าวได้เข้ามาคลอดลูกและเลี้ยงเด็กๆที่นี่ด้วย

ย้อนกลับไปวันที่พาโอต้าวไปตรวจร่างกายทำหมันแต่กลับพบว่าเขากำลังตั้งท้องอยู่นั้น เกิดเหตุการณ์ที่เป็นบทเรียนสำคัญกับฉันในการพาแมวจรมาเลี้ยง ตอนนั้นประสบการณ์เกี่ยวกับแมวฉันยังเป็นศูนย์

ฉันไม่ได้เตรียมตัวใดๆตอนพาเขาไปหาหมอ แต่พอรู้ว่าเขาท้อง ฉันจึงตัดสินใจตอนนั้นว่าจะพาเขามาอยู่ใกล้ๆ จะได้ไม่ต้องคอยขับรถขึ้นเขาไปส่งข้าวเขาทุกวัน

ฉันพาโอต้าวกลับมาที่แฟลตบ้านพักโรงพยาบาล ฉันปล่อยเขาไว้ตรงใต้บันได ที่คิดว่าจะไม่มีใครรบกวน และเขาคงจะอยู่แถวนั้นได้ เพราะเขาดูเป็นแมวที่ไม่โลดโผนค่อนข้างเชื่อง น่าจะปรับตัวกับที่ใหม่ได้ แต่การย้ายที่อยู่ของแมวเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่ฉันคิด

หลังจากตั้งถ้วยข้ามถ้วยน้ำ วางเบาะที่นอน ทำขอบเขตให้เขาอย่างดี ฉันจึงละออกไปกินข้าวและซื้อกระบะทราย พอกลับมาฉันคิดว่าโอต้าวจะนั่งรอ เหมือนตอนที่เขารอฉันอยู่บนเขา แต่เปล่า …เขาหายตัวไปจากตรงนั้นแล้ว

ใจฉันหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อหาดูรอบๆบริเวณแฟลตจนทั่ว แล้วก็ยังไม่พบ ความรู้สึกผิดและความคิดต่างๆแล่นเข้ามาในหัว มีคนบอกว่าแมวจะหาทางกลับบ้านไม่ว่าจะไกลแค่ไหน แต่กรณีนี้ไม่มีทางเป็นได้สำหรับโอต้าว เพราะบนเขาที่เขาอยู่นั้นไกลมากจากที่นี่

ฉันเที่ยวตามหาถานคนโน้นคนนี้อยู่เป็นชั่วโมง เดชะบุญ ตอนพาเขามาจากโรงพยาบาลฉันซื้อปลอกคอใส่ให้เขา เมื่อฉันได้ยินเสียงกระพรวน จึงได้รู้ว่าเขาแอบอยู่ในชั้นไม้เก่าๆตรงใต้บันไดนั่นเอง ตัวเขาเต็มไปด้วยหยากไย้ และแววตาที่กำลังหวาดกลัว

ฉันไม่ลังเลใดๆรีบพาเขาใส่กรงเดินทาง ขับขึ้นเขากลับไปส่งที่เดิมที่เคยอยู่ แบบใจหายใจคว่ำ

ฉันขอโทษ ที่ทำให้แกตกใจ

หลังจากนั้นไม่นาน แม่แมวท้องแก่ที่ชื่อโอต้าว ก็ได้ย้ายจากบนเขาลงมาอยู่ในบ้านโดยราบรื่น ตามหลังสี่พี่น้อง โดยมีสมาชิกที่ยังไม่ทราบจำนวนแน่ชัดติดมาด้วย

[การย้ายที่อยู่แมว ไม่ว่าจะเป็นแมวเลี้ยงหรือโดยเฉพาะแมวจร เราควรให้เขาอยู่ในพื้นที่ปิด ไม่มีเสียงดังรบกวน อาจจะเป็นห้องมืดเลยก็ได้ ให้เขารู้สึกปลอดภัย และไม่ตกใจเตลิดหนีไป]

เมื่อมีครั้งแรกครั้งที่สอง ที่สามก็จะตามมา…

ต่อมาไเมื่อฉันพาทัดดาวบุษยา(ชื่อเก่า)เข้าบ้าน ฉันขังเขาไว้ตรงระเบียง และให้คนที่ฉันเชื่อใจที่สุดเป็นคนคอยเฝ้าเขาไว้

ตอนที่ 5 นางเอกสามสิบล้าน ..แมวห่านทองคำ

เรื่องดำเนินมาถึงตอนนี้ แฟนนิยายคงจะเดากันไปต่างๆนาๆ ว่าตัวเอกของเรื่องนี้คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากลูกสาวชื่อตูโบ้

พอได้ยินชื่อตูโบ้ ใครที่ไม่เคยติดตามตั้งแต่ต้นต่างคิดว่าเขาเป็นลูกชาย

แต่ความหญิงตูโบ้เป็นลูกสาวที่เป็นกำลังหลักของบ้าน คำว่า “นางเอกสามสิบล้าน ” ที่ติดตัวมา มาจากยอดวิว MV ที่ตูโบ้เล่นเป็นนักแสดงนำ มีคนส่งคลิป MV นั้นให้ฉันดูแล้วถามว่า ..ใช่ลูกสาวตาไฝไหมนั่นที่หลบอยู่หลังต้นไผ่ไหวๆอยู่ในมิวสิควิดีโอ

พอฉันเปิดดูก็มั่นใจทันทีว่าเป็นตูโบ้…ทำไมจะจำไม่ได้ ก็ต้นไผ่นั้นฉันเป็นคนเอาไปตั้งไว้ให้เด็กสี่คนนั้นเองกับมือ

ตูโบ้แสดง อยู่มุมล่างซ้ายใน วินาทีที่6 ของ MV

ฉันเคยแอบถามเรื่องรายได้ “เขาจ่ายค่าตัวแกเท่าไหร่ตูโบ้”

“ได้ตามยอดวิว!” พอได้ยินคำนั้น ฉันตาโตเหมือนไข่ห่าน ลูกแมวที่ฉันเพิ่งพาเข้าบ้านที่แท้ คือ แมวห่านทองคำ …

หมายเหตุ ณ.ตอนที่พาตูโบ้เข้าบ้านยังมียอดวิวแค่สามล้าน ปัจจุบันมีคนกดเข้าไปชมการแสดงของตูโบ้มากกว่าสามสิบล้านวิว ถ้าเป็นภาษาวงการนักลงทุน ก็เรียกได้ว่า ฉันถือหุ้นสิบเด้ง อยู่ในพอร์ท

พอข่าวเรื่องลูกแมวนางเอกสามล้านวิวกระจายออกไป มีผู้เข้ามาติดตามฉันมากมาย มีถึงขนาดที่ส่งอาหารซองๆมากล่องใหญ่ โดยเขียนระบุชื่อคนรับว่า “ฝากให้น้องตูโบ้ชิม”

แต่ที่ฉันภูมิใจกับลูกสาวคนนี้ตลอดมาคือความ หนักเอา เบาสู้ ตูโบ้ไม่เคยเกี่ยงงาน เขาเป็นเด็กผู้หญิงที่สู้ยิบตายิ่งกว่าวัลลี …. ทุกครั้งที่ฉันปรึกษาตูโบ้เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆภายในบ้าน ตู้โบ้จะพูดติดปากว่า “เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา”

วานนี้มีคนมารับลูกแมวชื่อออนเซนไป เขาเป็นพี่น้องกับลูกแมวสามสีชื่อเบนโตะ มีคนเอาทั้งสองมาทิ้งไว้ ฉันอนุบาลลูกแมวสองตัวนี้มาได้เกือบหนึ่งเดือน ก่อนที่จะเขามารับออนเซนไปตัวหนึ่ง เบนโตะต้องอยู่ในกรงข้างบ้านตัวเดียว

ฉันเป็นห่วงเบนโตะ กลัวว่าเขาจะเหงา สองพี่น้องเคยอยู่ เคยเล่นด้วยกัน นอนกอดกันอยู่ในเปล ตัวหนึ่งหายไป มันคงจะใจหาย แต่เบ็นโตะยังคงกินได้ เล่น และดูร่าเริง ..ไม่ต่างอะไรกับตอนที่พาพี่ๆน้องๆของตูโบ้เข้าบ้านมาก่อน ฉันยังกลับไปหาตูโบ้ที่ซอยนั้นฉันต้องเอาข้าวไปส่งเขาทุกเช้า

ตูโบ้ยังคงตื่นเช้ามาวิ่งไล่จับนก เฝ้ารอตาหลวงเดินกลับจากบิณฑบาต เขาดูรักอิสระและมีความสุขกับชีวิตแบบนั้น และที่สำคัญเขาไม่ยอมให้จับ และตอนนั้นฉันไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ ยังไม่ได้เป็นนักจับแมวมือฉมังเหมือนทุกวันนี้ ฉันเคยหลอกเขาเข้าตระกร้าได้แต่ว่าทำหลุดไปครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นตูโบ้ไม่ยอมให้ฉันเข้าใกล้อีกเลย ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ทำได้แค่ตะครุบกบ

ฉันมองเข้าไปในดวงตา พยายามถามมันว่าแกเหงาไหมตูโบ้ ทำไมไม่ยอมตามไปอยู่กับพี่กับน้องแกเสียที….

ถ้าวันนั้นฉันถอดใจปล่อยตูโบหลุดมือไป ก็หมายความว่า….ฉันพลาดหุ้นสิบเด้ง!

ตอนที่ 6 นักการตลาดมือทอง

เวลามีลูกแมวรอหาบ้าน ฉันจะต้องแวะมาสนทนาเพื่อขอคำปรึกษากับลุงยามเสมอ แกเป็นนักเศรษฐศาตร์และนักการตลาดมือหนึ่ง ในด้านแมว ฉันได้ไอเดียเจ๋งๆจากแกมากมายจนทำให้ลูกแมวที่ฉันจับไปจากโรงพยาบาลได้บ้านไปนักต่อนัก

ครั้งหนึ่งแกถึงกับทำให้ลูกแมวลายสลิดขาดตลาดด้วยกลยุทธ์ Value-added …ไหนจะหลัก Economies of Scale (ว่าด้วยการตักขึ้ให้แมวสิบตัวกับแมวสิบเอ็ดตัว ก็เหนื่อยเท่ากัน) ทำให้คนที่เลี้ยงแมวหลายตัวอยู่แล้วยอมรับลูกแมวตัวใหม่เข้าบ้าน

คำว่า “เหมาโหลถูกกว่า” นั่นก็มาจากลุงยามนี่เอง

และผลงานชิ้นโบว์แดงก็คือการโน้มน้าวจนฉันยอมอุ้ม ทัดดาวบุษยา(ชื่อเก่าในตอนนั้น) เข้าบ้านได้สำเร็จ ด้วยวลีสั้นๆ “แมวตัวนี้มีพรสวรรค์”

ตอนนั้นตาทัดเป็นแมวจรมีอายุพอสมควร อาศัยอยู่ในโรงพยาบาลแถวแฟลต มันเคยโดนรถชนกระดูกหักต้องผ่าตัดใส่เหล็กไว้ที่สะโพก ประวัติพวกนี้ฉันฟังมาจากลุงยาม

ที่ฉันได้ตั้งชื่อให้มันว่าทัดดาวบุษยา เพราะว่ามันไว้หนวดเหมือนผู้หญิงที่ปลอมตัวมา และเวลามันเจอหน้าฉัน มันจะร้องว่า “เจ้าฮะๆ” ความจริงมันอาจจะร้องว่า “ข้าวฮะ” เหมือนที่ใครหลายคนทัก แต่ตอนนั้นฉันไม่ฟัง…..

ไม่มีอะไรจะเข้าข้างตัวเองได้มากกว่าหูของเรา

วันหนึ่งฉันตอนเอาข้าวให้ตาทัด เสียงลุงยามพึมพำยืนอยู่ห่างๆว่า “แมวตัวนี้มีพรสวรรค์” ฉันยิ่งมั่นใจว่า มันต้องชงกาแฟได้เหมือน ที่ทัดดาวบุษยาชงกาแฟให้เจ้ายอดขวัญกินทุกเช้า….แต่ความจริง ลุงยามแกส่ายหน้าแล้วพูดว่า แมวตัวนี้มีพวงสวรรค์

ฉันเล่าให้ลุงยามฟังเรื่องลูกแมวครอกล่าสุดที่มีคนเอามาทิ้ง ความจริงมีสามตัวกับแม่ของมัน มีคนแบ่งเอาลูกไปหนึ่ง ฉันรับมาสอง ตั้งชื่อให้มันว่าออนเซน กับเบนโตะ แต่ว่าตอนนี้มีออนเซนได้บ้านแยกไปตัวเดียว ยังเหลือลูกแมวสามสีชือเบนโตะ ยังหาบ้านไม่ได้

เบนโตะ ลูกแมวถูกทิ้ง

“เพราะอุปสงค์น้อยกว่าอุปทาน คุณหมอก็เลยต้องมาคอยหาบ้านให้แมว” แกเริ่มประโยคสนทนาราวกับนักทฤษฎีเศรษฐศาตร์

ฉันพยายามคิดตามคำพูดของแก

“ทำยังไงก็ได้ให้อุปสงค์มากกว่า หรืออย่างน้อยก็เท่ากับอุปทาน”

“ตลาดสัมบูรณ์!” ฉันเผลอุทาน

ตอนที่ 7 คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า

วันนี้ฉันรับหนมจีนกลับบ้านเรียบร้อย ทุกครั้งที่แมวตัวใหม่เข้ามาในบ้าน หรือไม่ว่าจะเป็นแมวที่ไม่สบายต้องไปแอดมิทอยู่ที่โรงพยาบาลนานๆ การกลับมาบ้าน ก็ถือเป็นการนับหนึ่งใหม่ไปพร้อมๆกันของทั้งคนและแมว

ตอนที่พาลูกแมวสี่ตัวจากซอยรมณีย์เข้ามาอยู่ในบ้าน ชีวิตฉันก็เหมือนกับการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ฉันไม่มีประสบการณ์ใดๆในการเลี้ยงแมวในบ้านด้วยตัวเองมาก่อน

ฉันให้เขาอยู่บนบ้านตึกแถวซึ่งมีพื้นที่อยู่ชั้นที่สองที่สาม ส่วนที่ชั้นหนึ่งเป็นที่ทำงานจะมีประตูกระจกกั้นไม่ให้ลงมาชั้นล่างได้ และชั้นบนที่เขาอยู่กันนั้น มีระเบียงด้านหน้าด้านหลัง โดยมีประตูกระจกกั้นระหว่างห้องนอนกับระเบียงหนึ่งชั้น ฉันไม่ได้นอนกับพวกมัน เพราะว่าฉันมีห้องพักแฟลตแพทย์อยู่ที่โรงพยาบาล

ช่วงกลางวันฉันจะเปิดประตูกระจกให้เขาออกไปตรงระเบียง ชมนกชมไม้ และให้อากาศถ่ายเท ซึ่งริมระเบียงไม่มีตาข่ายใดๆปิดกั้นป็นแค่ลูกกรงห่างๆ เพราะฉันมั่นใจว่า ถ้าแมวได้อยู่ในบ้าน มีอาหารกินทุกวัน พวกมันก็จะไม่ไปไหน… แต่แล้วก็ต้องพบกับความประหลาดใจ

เมื่อตื่นมาตอนเช้า มีแมวลงกระโดดลงจากบ้านไปเดินว่อนบนหลังคาข้างล่าง….. ฉันมั่นใจว่าฉันปิดประตูกระจกไว้เมื่อคืน

แมวจร ก็คือแมวจร เขาจะติดนิสัยชอบผจญภัย และอยากออกไปข้างนอก

เมื่อใดก็ตามที่เราพาแมวจร หรือแมวที่ใช้ชีวิตในโลกภายนอก เข้ามาอยู่ในบ้านและต้องการเลี้ยงระบบปิด สิ่งที่จะต้องทำก็คือ อุดทุกซอก ทุกรู ช่องต่างๆที่เขาจะออกไปได้ ไม่อย่างนั้นเราอาจจะพบความเสียใจ ที่แมวบางตัวหลุดไป แล้วเขาไม่กลับมา กว่าที่เขาจะเปลี่ยนนิสัย อยู่ติดบ้าน หรือไม่กล้าออกไหน อาจจะใช้เวลาเป็นปี

ฉันค่อยๆเรียนรู้ในเวลาต่อมาว่า แมวเป็นสัตว์ที่เปิดประตูเก่งที่สุด

มีคนอยู่สองประเภทที่ล้อมตาข่าย หรือลูกกรงรอบบ้าน คนประเภทแรก กลัวแมวออกจากบ้าน ส่วนคนประเภทที่สองคือ กลัวแมวข้างนอกเข้ามาในบ้าน

ข่าวที่ว่าบ้านนี้มีลูกสาวเข้ามาอยู่ในบ้านถึงสามคน(ไม่นับโอต้าวที่อุ้มท้อง) ถูกแพรสะพัดออกไป ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเชื้อเชิญ หนุ่มๆน้อยใหญ่ เจ้าถิ่นที่อยู่ระแวกบ้าน ให้มาเยื่ยมเยียน เรียกได้ว่า หัวกะได ชายหลังคาไม่แห้ง เลยทีเดียว

แมวทรงอย่างแบดชื่อ ศรราม มาเกาะหลังคาบ้านทุกวัน

ฉันค่อยๆทำไปทีละอย่างเพื่อหาทางป้องกัน ทั้งซื้อต้นไม้เลื้อย เคราฤาษีมาปิดเป็นม่านบังชาย หาตาข่ายพลาสติก มาติดซ้อนอีกชั้นเพื่อกันเขากระโดดลงไป แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่สามารถป้องกัน อะไรได้

ในบรรดาสามสาว ยัยหมี่หุ้น ดูจะมีปฏิกิริยาออกนอกหน้า ชอบไปยืนส่องผู้ชายที่ระเบียง ทำให้ถูกหมายหัว เป็นอันดับต้นในบรรดาสามสาว

ทั้งม่านบังชาย ทั้งติดตาข่ายไม่ช่วยอะไร

ทางเดียวที่จะหยุดยั้ง พลังแห่งฮอร์โมนได้ ฉันค่อยๆทยอยพาสามพี่น้องไปทำพิธี สวยด้วยแพทย์

ถ้าการเลี้ยงแมว เป็นแค่การให้ข้าวตามเวลา ตักกระบะทรายให้ ฉันคงสอบผ่านได้สบาย สำหรับการเลี้ยงแมวสามสิบตัว…

แต่การดูแลแมวให้เหมือนกับเขาคือสมาชิกในครอบครัว เหมือนลูกคนหนึ่ง มีหลายข้อที่ฉันยังสอบตก

เพราะว่าเราจะต้องมีเวลาและหมั่นสังเกตแมวทุกตัวในบ้าน ไม่ว่าจะก้อนฉี่ในกระบะสีอะไร ก้อนเล็กก้อนใหญ่ อึเป็นก้อนดีไหม หรือมีใครท้องเสีย เวลาขับถ่ายร้องเจ็บไหม ใครไม่ชอบกินน้ำ

ใครไม่ถูกกับใคร คนไหนชอบถูกรังแกถูกข่ม ใครกินช้าไม่ทันเพื่อน

ใครฉี่นอกกระบะทราย?

วันนี้ตอนไปรับหนมจีนกลับ คุณหมอกำชับว่า ถ้าเป็นไปได้ แมวที่เลี้ยงรวมกันในบ้าน อย่างน้อยๆควรมีกระบะทรายของใครของมัน นั่นคือเท่ากับหรือมากกว่าจำนวนแมว

พอฉันบอกจำนวนแมวที่บ้านให้ทราบ

คุณหมอส่ายหน้าแล้วเดินออกจากห้องไป …คล้ายกับตอนที่ตาหลวงค่อยๆเดินจากไป ตอนที่ท่านเปิดฝาบาตรแล้วเห็นฉันทยกกระปุกข้าวแมวขึ้นมาทำท่าจะใส่บาตร

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันอยากมีแมวแค่สี่ตัว!

Atlas แบบซอง อร่อยเกินห้ามใจ

ตอนที่ 8 ลูกไม้หล่นใต้ต้น

หนมจีนไม่ได้กลับบ้านมาตัวเปล่า แต่เขามาพร้อมยากุบใหญ่

การป้อนยาให้แมวไม่เคยเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะดูคุณหมอทำ หรือจำมาจากยูทูบ แต่พอถึงเวลาลงมือเอง เป็นเรื่องที่ฉันอยากยอมแพ้มากที่สุด

ฉันปล้ำป้อนยาให้หนมจีนอยู่เป็นนานสองนานยังไม่คืบหน้าไปไหน จนป้อนไปป้อนมา…ตอนนี้เม็ดยาเข้ามาอยู่ในปากฉันเรียบร้อย!

มันทำให้ฉันนึกถึงตอนที่พี่หมูฮ้องกับน้องๆ เข้ามาอยู่ในบ้าน ฉันไม่เคยเตรียมใจมาก่อนเรื่องที่จะต้องป้อนยาให้แมว ตอนนั้นฉันต้องป้อนยาหวัดกับยาเชื้อรา ป้อนไปป้อนมา พี่หมูฮ้องเป็นคนที่กินยาแทนน้องๆจนหมด และทุกคนก็หายดี

พี่หมูฮ้องเป็นหนุ่มหน้าตาดี ใครเห็นก็ว่านี่ลูกชายคนหัวปีบ้านตาไฝ เขาเป็นมิตรที่สุดในบรรดาสี่พี่น้อง พี่หมูฮ้องยอมให้ฉันลูบตัว เกาพุง จนกระทั่งยอมให้ฉันอุ้มตั้งแต่ยังอยู่ในซอยรมณีย์ และฉันก็พาเขาเข้ามาในบ้านเป็นคนแรก

พี่หมูฮ้องทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน(จ่าฝูง) เพราะว่าเป็นชายหนุ่มคนแรกที่เข้ามา แต่ว่านิสัยโดยพื้นฐานเขาเป็นคนขี้กลัว โดยเฉพาะลูกแมวเล็กๆ เวลาฉันพาลูกแมวใหม่เข้ามาอยู่ในบ้าน ฉันสามารถปล่อยมันไว้ในบ้านได้อย่างสบายใจ เพราะแมวในบ้านฉันไม่มีใครที่จ้องขยุ้มหัวเด็กเลย ปัจจุบันเวลาพาสี่พี่น้องไปหาหมอฉีดวัคซีน พี่หมูฮ้องจะเป็นคนที่ร้องเสียงดังที่สุดตลอดทาง

เคยมีคนบอกว่า ถ้าจะเลี้ยงแมวหลายตัวในบ้าน พยายามให้มีตัวผู้แค่หนึ่งตัว ไม่อย่างนั้นเขาจะตีกันเพื่อแย่งกันเป็นจ่าฝูง แต่จากประสบการณ์ภายในบ้านที่ผ่านมา ฉันเห็นแต่ผู้หญิงรบกัน

ใครๆ ก็ลือกันว่า บ้านนี้หวงลูกสาว แต่หารู้ไม่ วันที่ฉันตัดสินใจติดกรงเหล็กตรงระเบียงรอบบ้าน คือวันที่ฉันเห็นพี่หมูฮ้องกระโดดลงไปเดินบนหลังคา และตอนนั้นฉันเริ่มรู้ความจริงแล้วว่า ที่แท้…..

ศรรามไม่ใช่ผู้ชาย!

บ้านลุงหมอภูเก็ต บ้านพักญี่ปุ่น อบอุ่นสำหรับครอบครัว —> จอง

ตอนที่ 9 อิสรภาพทางการเงิน

สิ่งที่ฉันฝันมาตลอดตั้งแต่เข้าสู่วัยทำงานก็คือ “อิสรภาพทางการเงิน” ความหมายของฉันคือการได้ออกไปท่องเที่ยวตามใจต้องการโดยไม่ต้องกังวัลกับภาระใดๆที่อยู่ข้างหลัง ซึ่งทางเดียวที่จะเป็นไปได้ก็คือ …. ให้แมวทำงาน!

ฉันโชคดีเหมือนถูกหวยตั้งแต่ได้ตูโบ้เข้ามาอยู่ในบ้าน ยอดวิวมิวสิควิโอที่ตูโบ้เล่นเป็นนักแสดงนำค่อยทะยานจากสามล้าน เป็นสี่ล้าน ห้าล้านวิว และมากขึ้นเรื่อยๆ จากคนที่กดเข้าไปดูซ้ำๆว่าตูโบ้จะออกมาตอนไหน

ฉันของบตูโบ้สี่หมื่นทอน เพื่อต่อเติมลูกกรงรอบบ้าน ด้วยวัตถุประสงค์สองอย่าง อันแรกฉันป้องกันไม่ให้มีใครกระโดดไปหาแมวบนหลังคาที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามานอนเฝ้าทุกเช้าเย็น

และข้อที่สอง ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในบ้านก็คือ การเพิ่มพื้นที่บนดาดฟ้า เหมือนกับได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชั้น

นั่นหมายความว่าฉันจะพาแมวเข้าบ้านอีกเท่าไหร่ก็ได้ ไหนจะทัดดาวบุษยาที่ชงกาแฟเปิดร้านได้ ยังมีหุ้นมากมายที่ฉันต้องการเก็บเข้าพอร์ท

ถ้าเปรียบการเลี้ยงแมวกับการลงทุน การสร้างพอร์ทการลงทุนที่ยั่งยืนจะต้องประกอบด้วยหุ้นหลายๆตัว และคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันเพื่อที่จะสร้างความมั่งคั่ง ถ้าเปรียบตูโบ้เป็นหุ้นเติบโต ตอนนี้ฉันยังขาดหุ้นที่สร้างกระแสเงินสด

ข่าวลือเรื่องแมวที่ห้องบัตรดังเข้าหูฉันมาสักพัก เขาว่าแมวตัวนี้สร้างรายได้ให้คนที่ห้องบัตรแทบไม่เว้นแต่ละเดือน คนที่นั่นได้กินไอสกรีม กินเลี้ยงกันไม่ขาด ผลมาจากจากการคำนวนเลขที่แม่นยำเมื่อถึงสิ้นเดือนและกลางเดือน นี่คือจิ๊กซอว์ที่ฉันยังขาด

แต่ความคิดที่จะได้แมวตัวนั้นยังไม่มีอยู่ในหัว เพราะว่าแมวชื่อกะทินั้นเปรียบดังสมบัติของรักของหวงของคนที่นั่นยิ่งกว่ากล่องดวงใจ ฉันได้แต่แวะไปสืบข่าวกะทิเป็นครั้งคราว

การแวะเวียนไปเยี่ยมกะทิอยู่บ่อยๆ ทำให้ฉันเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง มีป้ายห้ามให้อาหารแมว ติดอยู่หน้าห้องที่กะทิอาศัยอยู่ หรือว่ากะทิจะให้เบอร์ไม่แม่นแล้ว? ตอนนั้นฉันยอมรับว่าเริ่มเห็นใจกะทิ…โดยไม่มีผลประโยชน์ใดๆแอบแฝง

ฉันกลับมาบ้านปรึกษากับตูโบ้

“เอาละตูโบ้ ฉันขอบใจมากที่แกเจียดเงินรายได้จากยอดวิวมิวสิกวิดีโอของแกมาติดลูกกรงรอบบ้าน ฉันเกรงใจมากที่ต้องมารบกวนเรื่องเงินๆทองๆ แกอยู่เรื่อย”

“ตอนนี้ฉันอยากหาคนมาช่วยแบ่งเบาภาระแก!”

ตอนที่ 10 ผลิดอกออกผล

ไม่นานหลังจากตามพี่น้องซอยรมณีย์เข้ามาอยู่ในบ้าน …โอต้าวก็คลอดลูกทั้งสามออกมา ถ้าเปรียบเป็นหุ้นในพอร์ทโอต้าวคือหุ้นที่แตกพาร์ออกมาให้ฉันอีกสามหน่อ

ตอนที่รับโอต้าวมา ฉันได้เตรียมที่ทางไว้สำหรับการคลอดและเลี้ยงดูลูกให้เขาไว้แล้วโดยแยกห้องให้อยู่ส่วนตัว

ฉันนำลังกระดาษใบใหญ่มาตั้งปิดด้านบนไว้ให้ดูมิดชิด เจาะรูเป็นทางเข้าออก เพื่อให้เขาเข้าไปซ่อนตัวและคลอดลูกในนั้นด้วยความรู้สึกปลอดภัย และปิดประตูห้องไว้ไม่ให้แมวตัวไหนเข้าไปรบกวน

ช่วงที่เขาท้องแก่จวนคลอด ฉันต้องไปธุระต่างจังหวัด แม่บ้านที่เข้ามาดูแลบอกว่าเขามีอาการแปลกๆ คือมุดไปอยู่ใต้ผ้านวม ฉันคิดว่าคงจะได้เวลาคลอดของเขาแล้ว

แต่เขาก็พยายามรอ จนฉันกลับมาถึงบ้านเรียบร้อย ในวันรุ่งขึ้นเขาจึงได้คลอดเด็กสามคนออกมา พวกมันนอนกระจัดกระจายอยู่ในลังกระดาษที่ปูผ้าซับไว้ให้

โอต้าวจัดการทุกอย่าง ทั้งรกและเลือด แทบจะไม่มีร่องรอยใดๆ เขาเป็นแม่แมวที่ไม่เหมือนกับแม่แมวอื่นๆที่ฉันเคยรู้มา เพราะว่าเขาไม่มีความหวงลูกกับฉันเลย ฉันสามารถจับลูกๆเขาขึ้นมาได้ตลอดเวลา หรือว่าขยับจัดท่าทางให้ในขณะที่เขากำลังให้นมลูกโดยไม่มีการขู่ใดๆ

วินาทีที่ฉันเห็นเด็กสามคนนั้น ฉันดีใจ แต่ไม่รู้จะพูดอะไรเป็นการต้อนรับสู่บ้านหลังใหม่

ฉันเลยได้แต่บอกกับพวกมันว่า “อยู่บ้านท่าน อย่านิ่งดูดาย ไก่ทอด เฟรนฟราย ต้องช่วยกันทำ”

พอได้ยินประโยคนั้น ฉันรู้สึกได้ว่ามีลูกแมวตัวหนึ่งหรี่ตาขึ้นมองฉัน…..

ถึงเวลาสำคัญที่ต้องตั้งชื่อให้พวกมัน ฉันไม่ได้เตรียมชื่อไว้ เพราะยังเดาไม่ถูกว่าพวกมันจะเกิดมาหน้าตาแบบไหน และมีกันกี่คน

ฉันตั้งชื่อเป็นของกินให้เข้ากับพี่ๆ และแม่ ตัวสีดำชื่อโกปี๊ ส่วนตัวสีขาวที่มีแต้มเหลืองที่หัวชื่อเต้าส้อ ส่วนใบเหลียงตัวสีเหลืองส้มฉันคิดว่าน่าจะมาจากใบเหลียงผัดไข่

ในช่วงเวลานั้นสำหรับฉันแล้ว การมีลูกแมวเล็กๆอยู่ในบ้านคือช่วงเวลาพิเศษ ….โดยที่ไม่ทันคาดคิดว่า ต่อมาจะมีช่วงเวลาพิเศษอีกครั้งแล้วครั้งเล่าในชีวิต

โชคดีที่ทั้งสามเป็นเด็กเลี้ยงง่ายแต่มีนิสัยต่างกัน คำว่าเลี้ยงง่ายของฉันคือ ไม่มีใครเจ็บป่วย ไม่เคยแม้แต่จะเป็นหวัดหรือท้องเสีย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ และอยู่ในบ้านที่ค่อนข้างสะอาด

ใบเหลียงดุที่สุดในสามคน มันขู่ฉันแฟร่ๆ ทั้งที่ฉันจับมันกินนมแม่ทุกวัน ฉันเรียกว่าหน่องน้องเพราะเขาติดแม่ตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบันที่อายุสองขวบกว่า

โกปี๊เป็นเด็กขี้เซา เขานอนหลับได้ทุกที่ทุกเวลา แม้แต่ในเวลากินข้าว หรือเวลาที่คนอื่นเล่นกัน

ส่วน(นัง)เต้าส้อ แม้ฉันจะชอบแกล้งบอกมันว่าเป็นเด็กที่เก็บมาเลี้ยง แต่ความจริงเแล้ว มันเป็นเด็กที่ถอดแบบทุกอย่างมาจากฉัน!

ตอนที่ 11 เจ็บแต่จบ

หลังจากเฝ้าเลี้ยงดูสามพี่น้องที่เกิดในบ้านได้สักพัก (ว่ากันตามจริงต้องพูดว่าช่วยแม่เขาเลี้ยงมากกว่า) ฉันก็รู้แล้วว่า มีลูกแมวในบ้านในมันวิเศษขนาดไหน

ฉันจึงตัดสินใจขับรถไปรับลูกแมวอีกสามตัวโดยทันที เมื่อมีคนแจ้งมาว่า มีลูกแมวเล็กๆครอกหนึ่งต้องการหาบ้าน

พวกมันเกิดในโรงแรม แม่เขาพามาเลี้ยงอยู่ตรงล๊อบบี้ ซึ่งที่นั่นไม่ใช่ที่ที่จะมีลูกแมวจรวิ่งเล่นไปมา มันคงอยู่ตรงนั้นได้ไม่นาน โชคดีของพวกมันที่ตอนนั้นเป็นช่วงโควิดระบาดและมีการปิดเมือง โรงแรมจึงยังไม่มีแขกเข้ามาพัก แต่ถึงอย่างไรพวกมันก็ต้องรีบหาที่อยู่ใหม่

“เด็กพวกนั้นเก่งภาษา ฉันจะพามาช่วยงานแก” นั่นเป็นครั้งที่สองที่ฉันโกหกตูโบ้ ความจริงตอนนั้นโรงแรมไม่มีแขกฝรั่งสักคนเพราะยังอยู่ในช่วงปิดเมือง

และนั่นคือครั้งแรกของการ พรากลูกพรากแม่

อาโป้ง จี้โจ้ และมาริโอ (ชื่อเรียกในปัจจุบัน) ถูกอุ้มขึ้นรถ โดยมีพี่ๆพนักงานที่โรงแรมช่วยหากล่องกระดาษใส่มาให้ ระหว่างที่แม่เขาเผลอออกไปหาอาหารกิน

แม่เขาคงจะเที่ยวร้องหาลูกน่าดู เมื่อกลับมาแล้วหาลูกไม่เจอ

ฉันมีประสบการณ์ต่อๆมาในการจับแม่แมวที่โรงพยาบาลนับสิบตัวเพื่อทำหมัน และจับลูกแมวออกมาเพื่อหาบ้าน(ซึ่งหาได้บ้าง ไม่ได้บ้าง)….. เมื่อคิดจะช่วยแมวจรให้สุดทางแล้ว ต้องลืมคำว่า “พรากลูกพรากแม่”

หลายคราวที่ฉันดักลูกแมวใส่กรงได้ แล้วแม่เขาร้อง วิ่งไล่ตามแย่งลูกคืน หรือบางครั้งที่จับแม่ได้ก่อน พวกมันจะตกใจดิ้นอยู่ในกรงด้วยความตื่นกลัวที่ต้องพรากจากลูกๆ

และเมื่อถึงเวลาที่พาแม่แมวกลับมาปล่อยหลังทำหมันเรียบร้อย แม่แมวทุกตัวจะวิ่งตรงไปยังที่ที่เคยเลี้ยงลูกแล้วก็ส่งเสียงร้องหาอย่างน่าสงสาร

ฉันจึงรู้สึกเครียดทุกครั้งเมื่อมีแมวแม่ลูกอ่อน ที่เริ่มพาลูกออกมาวิ่งเล่น แล้วได้เวลาที่ต้องจัดการกับพวกมัน

แต่ที่ฉันยังคงข่มใจทำต่อไป เพราะเมื่อเวลาผ่านไปมันได้พิสูจน์ให้เห็นว่า แม่แมวทุกตัวล้วนมีชีวิตที่ดีขึ้นหลังได้ทำหมัน เขาจะอยู่เป็นที่ เนื้อตัวสะอาดสุขภาพสมบูรณ์ ส่วนลูกแมวก็ไม่ต้องใช้ชีวิตเป็นแมวจรเหมือนแม่ของพวกมัน ส่วนใครจะได้ชีวิตใหม่ที่ดีมากน้อยอย่างไรนั้นก็แล้วแต่วาสนาของพวกมัน

อาโป้ง คุยเก่ง เสียงดัง รักทุกคนในบ้าน

ฉันไม่เห็นแม่ของเด็กสามคนจากโรงแรมด้วยซ้ำตอนที่ไปรับพวกมันมา และฉันคิดว่าเขาน่าจะเป็นแม่แมวที่ใจดีเลี้ยงลูกเก่ง ลูกๆของเขาเนื้อตัวสะอาด ไม่เคยมีปัญหาสุขภาพใดๆ และฉันรู้ได้จากนิสัยอาโป้ง เขาเป็นแมวที่ไม่เคยทะเลาะกับใคร เขาดูแล ชอบแต่งตัวให้พี่ๆน้องๆทุกคนในบ้านรวมถึงเด็กๆที่เขามาอยู่ในบ้านเหมือนกับแม่ที่ดูแลลูกๆ

มาริโอ้สุดหล่อ

มาริโอ้หน้าตาดี และไม่ทะเลาะกับใครในบ้านเหมือนอาโป้ง ตอนเด็กๆเขาขี้อ้อนจนได้เป็นลูกรักของแม่โอต้าว

จี้โจ้ นิสัยจะต่างกับอีกสองคน และที่แปลกอย่างหนึ่งคือ เขาชอบแหย่ตาทัด เห็นไม่ได้จะต้องเข้าไปยั่วตาหนวดให้โมโหทุกครั้งไป

สำหรับฉัน ช่วงเวลาที่ลูกแมวต้องพรากจากแม่ ก็เหมือนฉากดราม่าหนังตัวอย่างที่ตัดมาบางส่วน แต่หากดูจนจบเรื่องเราจะเห็นความจริงว่า

แมวจรที่อยู่ตามสภาพธรรมชาติไม่มีการคุมกำเนิดนั้น เมื่อถึงเวลาเริ่มหย่านม บางครอกอาจจะยังไม่ถึงสองเดือนด้วยซ้ำ แม่แมวจะเริ่มทิ้งลูกเพื่อไปผสมพันธุ์และตั้งท้องใหม่ ลูกแมวแม้แต่จะเข้าใกล้แม่ตัวเองยังไม่ได้ นั่นยิ่งน่าสงสารกว่าเป็นไหนๆ

ฉันจึงบอกโอต้าว และลูกสาวทุกคนที่อยู่ในบ้าน เมื่อเวลามาถึงว่า…เอาละ ถึงเวลาเจ็บแต่จบ!

บ้านลุงหมอภูเก็ต บ้านน่ารัก ที่พักเหมียวๆ

ตอนที่ 12 ซินเจียอยู่อี่ เป็นหนี้ต้องใช้

เมื่อวานหลังจากฉันผ่าเหงือกเพื่อฝนกระดูกที่แหลมจนทิ่มเหงือกออกมาเป็นแผล กลับมาถึงบ้านบอกกับตูโบ้ว่า

“ตูโบ้ ฉันผ่าเหงือกมาเจ็บปากจังแล้ว เคี้ยวข้าวไม่อร่อยเลย”

ตูโบ้พยักหน้าเหมือนบอกว่า “ไปหยิบเอาสิ จะเอากี่ซอง”

“ตูโบ้ ฉันไม่ได้หมายถึงว่าจะมาขออาหารเปียกแกไปกินแทนข้าว ฉันแค่เล่าให้ฟังเฉยๆ”

เวลาที่เจอลูกแมวจรครอกใหม่ทีไร ฉันจะต้องมารบกวนขอยืมอาหารเปียกซองๆจากตูโบ้ทุกครั้งไป จนมันเองก็คงชินชาเพราะว่าที่ยืมๆไป ไม่เคยได้คืน อาหารที่ส่งมาเป็นลังๆในชื่อตูโบ้ ได้ถูกแบ่งปันไปให้แมวจรในโรงพยาบาล โดยเฉพาะเวลาที่ฉันต้องการเอาชนะใจพวกมัน

เวลาที่เราจะผูกมิตรกับแมวจรนั้น อาหารเปียกจะทำให้เราได้เปรียบและเป็นต่อมาก นี่เป็นเคล็ดลับที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ แมวจรจะจำคนให้อาหารเขาได้แม่น ยิ่งเราไปซ้ำๆครั้งที่สอง ครั้งที่สาม นานวันเข้าความสนิทสนมเชื่อใจจะต้องเกิด ไม่ช้า ก็เร็ว

แต่ว่าระดับความไว้ใจของแมวจรแต่ละตัวนั้นต่างกัน แม้แต่ลูกแมวในครอกเดียวกัน ก็ยังมีความกลัวและระแวงที่ไม่เท่ากัน บางตัวอาจจะให้จับต้องตัวได้ หรือขนาดยอมให้อุ้ม แต่บางตัวก็แค่ยอมเข้าใกล้แต่ไม่ให้ถูกตัว

ย้อนไปสองปีก่อนหน้า ฉันใช้เวลาในการเข้าควบคุมประชากรแมวในโรงพยาบาล ด้วยการจับแม่ลูกอ่อนทำหมันและจับลูกแมวแยกออกมาเพื่อหาบ้าน ทีละครอกทีละครอก จนพูดได้ว่าในปัจจุบันไม่เหลือแมวตัวเมียวัยเจริญพันธุ์ที่สามารถสืบพันธุ์ได้เหลืออยู่เลย จะมีก็แต่แมวตัวผู้ที่มีความฉลาดเอาตัวรอด รักษาไข่ของตัวเองไว้ได้อยู่เพียงไม่กี่ตัว ทำให้ตอนนี้ฉันต้องออกไปหาความน่าตื่นเต้นนอกโรงพยาบาลแทน

ไม่ว่าจะแม่แมว หรือลูกแมวล้วนติดกับดักฉัน ด้วยอาหารเปียกที่ฉันยืมมาจากตูโบ้

แต่แมวจากโรงพยาบาลที่ฉันพาเข้ามาอยู่ในบ้านด้วยตัวแรก ไม่ใช่ลูกแมว แต่เป็นตาทัด หรือทัดดาวบุษยา

อย่างที่ฉันได้เคยเล่าไปแล้วว่าตาทัดเป็นแมวมีอายุเคยผ่าตัดใส่เหล็กที่ขาเพราะถูกรถชนในโรงพยาบาล จึงทำให้เขาเดินไม่ถนัด ฉันกลัวว่าเวลาเดินตัดหน้ารถราที่วิ่งผ่านไปมาแถวนั้นแล้วจะโดนรถชนซ้ำสอง คนเรามักจะหาเหตุผลมารองรับการกระทำของตัวเองเสมอ อีกเหตุผลก็คือ ฉันคิดว่ามันคงจะชงกาแฟให้ฉันกินทุกเช้าเหมือน ทัดดาวบุษยา

ใครๆก็บอกว่าตาทัดสบายตอนแก่

ก่อนหน้านั้นฉันเทียวไปหามันตอนดึกๆแถบทุกวัน หลังจากเสร็จธุระแมวที่บ้านและสถานการณ์เข้าที่เข้าทาง ฉันจะขอยืมอาหารเปียกจากตูโบ้ไปฝากทัดดาวด้วยหนึ่งซอง ตาทัดเป็นแมวกินยากแต่ไหนแต่ไร จนทุกวันนี้ฉันต้องจับให้เขาอยู่ในกรงตอนกินข้าว นิสัยของเขาคือกินเอาสังคม ดมตามมารยาท … แต่พอได้อาหารซองๆ (อาหารสูตรลูกแมวแต่ว่ามีความหอมมากๆ)เข้าไป ตาทัดก็ชักจะเริ่มติดฉัน

มันจะชอบไปนอนตามตระกร้าหน้ารถมอเตอร์ไซค์ตอนดึกๆ พอเห็นฉันมามันก็จะร้อง เจ้าฮะๆ (แต่ความจริงมันต้องว่าข้าวฮะ เหมือนที่ฉันได้เล่าไปแล้วก่อนหน้า)

ฉันจำวันที่อุ้มตาทัดเข้าบ้านได้ดี

เช้าวันนั้นฉันขับรถออกแต่เช้าตรู่เหมือนทุกวัน เพื่อจะไปให้ข้าว ตักกระบะทรายที่บ้าน ตาทัดยืนงงๆอยู่ข้างทาง ฉันไม่ได้เตรียมตะกร้าหรือกรงใส่ไว้ แต่วันนั้นไม่รู้นึกอย่างไร ตัดสินใจกระทันหัน จอดรถแล้วอุ้มมันขึ้นมา

เหตุการณ์ไม่เป็นดังคาด แทนที่ทัดดาวบุษยา จะถามว่า “นั่นเจ้าจะพาผมไปไหนฮะ” เหมือนในละคร

แต่มันเกิดอาการตื่นกลัว ร้องตะโกนเสียงหลงอยู่ในรถ “นี่มึงคิดจะทำอะไร!” ฉันไม่รอช้ารีบออกรถ…. มองที่กระจกหลัง ลุงยามกระพริบตาข้างหนึ่งส่งซิกให้

พอฉันขับออกมาเท่านั้น มันกระโดดขึ้นไปเกาะอยู่บนคอฉัน จิกลงมาด้วยเล็บอันแหลมคมที่ยังไม่เคยตัด มันเกาะอยู่บนคอฉันอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งถึงบ้าน “ถึงบ้านเราแล้ว” ฉันพยายามปลอบให้มันสงบสติอารมณ์

เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านเป็นเวลาสามสี่วันผ่านไป… นอกจากจะไม่ชงกาแฟ เหมือนที่คิดไว้แล้ว มันยังใช้เวลาทั้งหมดไปกับการนอนราวกับชีวิตนี้ไม่เคยได้นอนมาก่อน

“ตูโบ้ อาหารเปียกที่ยืมไป ฉันขอติดไว้ก่อน!”

จองบ้านพัก Click

Advertisement

26 thoughts on “นิยายรัก นักจับแมว

  1. เดี๋ยวหนมจีนก็หายกลับมาเป็นตัวตึงต่อค่ะตาไฝ
    ตาไฝไม่ต่องกังวลไปนะคะ

    Like

  2. เดี๋ยวหนมจีนก็หายกลับมาเป็นตัวตึงต่อค่ะตาไฝ
    ตาไฝไม่ต่องกังวลไปนะคะ

    Like

  3. ชอบตรงบรรทัดสุดท้ายนี่หละค่ะ ค่อยเป็นตาตาตัวจริงหน่อย

    Like

  4. อุ๊ยย.. ของใหม่เผื่อเลาจะได้มงกุฎเพชร❤️🎀❤️
    สนุกน่่ารักดีค่​ รอ​ep.2นะคะ​ ไม่ว่าภาษาที่พิมพ์จะออกมาอย่างไร​ แต่ความหมายคือ.. ชอบอ่านค่ะ😹

    Like

  5. เจ เค โรลลิ่ง มีคู่แข่งที่น่ากลัวมากซะแล้ว!!

    Like

  6. ลุงหมอเขียนได้น่ารักน่าติดตามมากๆเลยค่ะ มาลงตอนต่อไปเร็วๆนะคะ…. เดี๋ยว​หนมจีนก็หายแล้วค่ะ กลับมาบ้านต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับหลานคนสุดท้าย (ของปร 2565) ด้วยนะคะ 😼

    Like

  7. ตูโบ้ คงไม่รู้ว่า หลังจากนี้ไป ต้องทำมาหาเลี้ยงทั้งบ้าน 55

    Like

  8. คุณหมอใจดีมากๆเลยค่ะ เข้าอกเข้าใจ และเมตตาพวกเหมียวๆ และตลกด้วย ทำให้นิยายตาไฝสนุกสุดๆเลยค่ะ รอติดตามนะคะ

    Like

  9. เริ่มจำชื่อเเมวของตาตาได้เเละ เพราะเเต่ละคนนั้นมีประวัติศาสตร์เฉพาะที่น่าติดตาม ที่สำคัญฉันรุ้เเล้วว่าคนไหนโอต้าว คนไหนตูโบ้ จากที่พยามจะจับผิดมานาน

    Like

  10. #บ้านลุงหมอ บ้านพักสไตล์ญี่ปุ่น #ภูเก็ต #Google ครับ
    เจ้าของบ้าน เพจ ลุงหมอขอพักร้อน-New ศัลยแพทย์ หล่อเข้ม โสด รพ.วชิระภูเก็ต
    เป็นผู้มีความเอื้ออาทร และ ยังมีศิลปะชั้นสูงในการดนตรี ครับ

    Like

  11. ขออยู่กับความทรงจำนี้ด้วยคนนะคะ น่ารักค่ะ ดีใจกับแมวทุกตัวที่ได้เจอตาตาของเค้า ✨🫶🏼

    Like

  12. เต้าส้อรู้ทันตาตาตั้งแต่เกิดเลยเหรอเนี่ย สมละที่เป็นเต้าส้อ 😆😆

    Like

  13. ฝีมือการเรียบเรียงร้อยเรื่องราวรู้เลยว่าตาตาไอคิว18000

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.